❤ HKG trip #JMWA part. 4

posted on 06 Aug 2014 09:58 by ladyhikari in DIARY
คำเตือน
 
รูปเยอะ เนื้อหาก็ยาวมากกกกก
 
และแล้วก็มาถึงพาร์ทที่ยาวที่สุดในทริป เพราะมีโมเม้นหลายสิ่งอย่างเกิดขึ้นมาก ฮ่าๆ
Hong Kong Disneyland  
 
 
 
มาถึงแล้วจ่ะ มาถึงแบบเหงื่อท่วม คือมันร้อนมากอ่ะ ผมที่ม้วนหยิกๆสวยๆมานี่โดนเหงื่อคลายหมดเลย
ประเทศไทยว่าร้อนนะ แต่มันไม่เหมือนฮ่องกงอ่ะ อาจเพราะประเทศเค้าเป็นเกาะ ลมทะเล มันเลยเหนอะหนะ
คราวก่อนเรามาตอนหน้าหนาว มันคือดีมาก อากาศสบาย ครั้งนี้มาหน้าร้อน มันก็นรกมากเลย - -"
ถึงขนาดตราไว้ในดวงจิตกับเพื่อนเลยว่า ถ้าต้องมาช่วงนี้ ต่อให้ได้ตั๋วเครื่องบินฟรีกูก็ไม่เอาแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
 
ต่อเลยนะแจ๊ะ...
 
 
ก็เป็นธรรมเนียมอ่ะนะ ถ่ายรูปกับทางเข้าก่อน เดินเข้ามาเรื่อยๆก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ได้ทุกซอกทุกมุม
 
 
เราโชคดีที่มีเพื่อนทำบริษัททัวร์อยู่ฮ่องกง เลยสามารถซื้อบัตรต่างๆได้เลย ที่นี่ก็ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถว
เดินๆ แล้วก็ยืนบัตรให้สแกนบาร์โค๊ด แล้วก็เข้าไปได้เลย
 
 
 
คำคมบาดใจ ชอบมากกกกก  
 
 
เข้ามาละ บรรยากาศสวยสดงดงาม เหมือนอยู่อีกโลก ชอบจริงๆ อยากจะอยู่ในนี้ตลอดไป ฮ่าๆๆ
ส่วนตัวเราว่าปีนี้กับปีที่แล้วไม่ได้มีอะไรต่างกันมากนะ มีทาสีใหม่บ้าง ปรับปรุงบ้าง บางโซนมีชั่นเพิ่มบ้าง
อย่างบ่อปลาตรง Snow White Grotto มีปลาเต้นระบำกับน้ำพุ (ปีที่แล้วเป็นบ่อร้างๆ)
แล้วก็มี Mystic Point ที่เปิดแล้ว ตอนที่เรามาปีที่แล้วมันยังไม่เปิดอ่ะ ซึ่งครั้งนี้เรามุ่งมั่นกับโซนนี้มากๆๆๆๆๆ
 
พวกเราไม่ค่อยต่อแถวเล่นอะไรกันนะ ส่วนมากเน้นถ่ายรูปแล้วก็เดินซื้อของตามช็อปมากกว่า
แต่เอาจริงๆแค่นั้นก็กินเวลาทั้งวันแล้วอ่ะ เดินไปเดินมา อ่อ...ปีนี้ได้ดูพาเหรดด้วย ปีที่แล้วไม่ได้ดู พลาด...
เพราะมัวแต่ไปต่อแถวถ่ายรูปกับมาสคอส ปีนี้ทันดู แต่ไม่ได้ถ่ายรูปกับตัวอะไรเลย ก็ดีนะ ไม่ต้องเสียตังค่ารูป อิอิ
 
 
เอนี่เวย์ ถึงจะบอกว่าไม่ได้ต่อแถวเล่น แต่ก็มีเล่นบ้างอ่ะ เราจำไม่ได้แล้วว่าเล่นอันไหนก่อนหลัง
แต่ก็จะพยายามไล่ไปเรื่อยๆ ตามรูปถ่ายในกล้องละกันนะ
 
เริ่มจากโซนแรกเลย เข้าไปก็เจอ Main Street USA โซนนี้เน้นถ่ายรูปกับซื้อของจริงๆ เพราะช็อปจะใหญ่
มีหลากหลาย บรรยากาศดี แล้วก็เป็นที่ดู Flight of Fantasy Parade ตอนบ่าย อันนี้น่ารักมาก มุ้งมิ้ง
ช่วงที่เราไป Main Street USA มีปิดปรับปรุงหลายจุด เลยไม่ได้อยู่นาน ถ่ายรูป เล็งของที่จะซื้อ
เสร็จก็ไปต่อโซนอื่นเลย กว่าจะกลับมาตรงนี้อีกทีก็ตอนดูพลุตอนกลางคืนเลยอ่ะ ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงตอนหลังนะ
 
 
 
ตอนที่จะดูพาเหรด เราไปยืนจองที่กันก่อนการแสดงเริ่มสักพัก แม่งก็ไม่วายมีพวกอาม่าอากงพาหลานมาแทรก
คือแบบ แก่รกโลกมาก มารยาทไม่ดีเลย แถมมายืนเหยียบเท้าเพื่อนเราอีก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า แย่ๆๆ - -"
 
อันนี้รูปจากพาเหรด จริงๆมีเยอะมากกกกก แต่ลงแค่พอหอมปากหอมคอพอละ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนโซนที่สองที่เราเดินไปก็คือ Fantasyland ส่วนมากโซนนี้มีแต่เด็กอ่ะ อาจเพราะของเล่นไม่ได้อันตรายมาก
แล้วก็เป็นโซนที่เทพนิยายมากๆ โซนนี้เราเน้นถ่ายรูปซะส่วนใหญ่นะ อย่างที่บอกว่าบรรยากาศดี
แต่ที่ไปเล่นก็มี Mickey's Philharmagic ที่เป็นเหมือนโรงหนัง 3D มีแสง สี กลิ่น และเสียง อันนี้เราชอบอ่ะ
มันตื่นตาตื่นใจดี คราวที่แล้วที่ไปก็เล่น สองรอบแน่ะ ไม่เบื่อนะ ไปอีกก็จะเล่นอีก ชอบๆ มุ้งมิ้งดี
 
นี่รูปทางเข้า ข้างในเค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะ
 
 
เล่นเสร็จออกมาจะเจอช็อปเมอร์ลินสวยๆ
 
 
แล้วก็มีไปเล่น It's a small world อันนี้ก็สวย ไปเล่นเพื่อพักขา เดินเหนื่อยๆมานั่งเล่นลอยเรือไปเรื่อยๆ เย็นๆ
แต่จากทางเข้ามาจนถึงที่ขึ้นเรือนี่ไกลโฮก เหมือนจะยิ่งเมื่อยขากว่าเดิมด้วย
 
 
 
 
ข้างในก็เรื่อยๆ ฟังเพลง ดูตุ๊กตาเริงระบำ โลกเด็ก โลกสวย หึ! (<คืออัลไล??)
 
มีอะไรอีกนะโซนนี้ อ่อ... มี Snow White Grotto ที่บอกว่าเปลี่ยนไปจากปีที่แล้ว ตรงที่มีน้ำพุ มีปลาหมุนๆ
ก็ถ่ายรูปกันไปสวยๆ กับบ่อน้ำ ฟังเสียงสโนว์ไวท์ร้องเพลง ลาๆๆ ซัมเดย์ มาย พริ้น วิว คัมมม
ไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไรเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้รวม Sleeping Beauty Castle ที่ถ่ายรูปไปแล้วตอนเดินเข้ามา
เราก็เดินอยู่แถวนี้กันแค่นี้แหละ มาอีกทีมืดเลย มาดูพลุ
 
อันนี้รูป เซลฟี่กับ Sleeping Beauty Castle ไม่มีคนถ่ายให้ ฮ่าๆๆ
 
 
Snow White Grotto จ้ะ
 
 
บ่อน้ำที่มีเสียงสโนว์ไวท์ร้องเพลง ซัม เดย์ มาย พริ้น วิว คัมมมม 
 
 
มุมนี้ทางฟูจิฟิล์มเขาว่าเป็นแลนด์มาร์ก ต้องถ่ายรูปให้ได้
ก็สวยสมเป็นแลนด์มาร์กนะเราว่า
 
 
ต่อไปก็โซน Adventureland เป็นที่ที่คราวที่แล้วเราไม่ได้เล่นอะไรเลย เพราะไม่ค่อยใช่แนวอ่ะ มันแบบป่าๆ
ไม่ค่อยชอบอ่ะ แต่ไปคราวนี้เราเล่นนะ เล่น Jungle River Cruise ซึ่งเป็นอะไรที่ซาฟารีมากๆ
แบบล่องเรือ แล้วก็ผ่านพวกชนเผ่ากินคน ภูเขาไฟ น้ำพุร้อน มีสัตว์ต่างๆที่เป็นของปลอมแต่เหมือนจริงมากๆเลย
 
เห็นเรือมั้ย? เล็กๆตรงมุมซ้ายนู้นอ่ะ ส่วนบ้านต้นไม่ที่เห็นนี่คือ Tarzan's Treehouse
 
 
รูปนี้ตอนอยู่บนเรือ ล่องลอยอยู่ในน้ำ ฮ่าๆๆ
 
 
 
เราแอบกลัวโซนนี้นะ แต่ถ้าคนชอบลุยๆน่าจะเลิฟอ่ะ มันเหมือนจริงมาก แล้วเราก็แอบรำคาญเสียงไกด์
ขนาดเราเลือกขึ้นเรือที่พูดอังกฤษแล้วเรายังฟังแม่งพูดไม่รู้เรื่องเลย คือแบบ เหมือนเค้าตะโกนโหวกเหวกอ่ะ
เราเข้าใจนะว่าต้องทำรอบ ต้องพูดให้ครบ แต่แบบ... ไม่ไหวอ่ะ มันไม่สามารถกระตุ้นให้เราตื่นเต้นได้
แต่มันกระตุ้นให้เรารู้สึกรำคาญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆได้แทน ถึงขนาดที่อยากถีบแม่งตกเรือเลยอ่ะ เหอะๆ
 
เสร็จแล้วก็ไป Toy Storyland อันนี้เราไปเดินถ่ายรูปเอาบรรยากาศ ไม่ได้เล่นอะไรเลย ไม่ค่อยมีอะไรถูกใจ ฮ่าๆๆ
แต่เพื่อนเราไปเล่น Toy Soldier Parachute Drop ที่เป็นร่มเขียวๆใหญ่ๆ ขึ้นๆลงๆสูงๆอ่ะ
พวกนางบอกว่าอยากเล่นอะไรเสียวๆ แต่เล่นเสร็จก็บอกว่าอันนี้จิ๊บๆอ่ะ ไม่ค่อยเสียวเท่าไหร่ ละก็เดินถ่ายรูปกัน
 
รูปเยอะอ่ะ
 
 
 
 
 
 
ร่มเขียวๆบนนั้นอ่ะ อันนี้แหละคือ Toy Soldier Parachute Drop ที่เพื่อนเราไปเล่นกัน
เวลาที่เล่นมันก็จะดึงขึ้นดึงลง 
 
 
และตามด้วยโซน Mystic Point ที่เป็นโซนใหม่ เราไปเล่น Mystic Minor ก่อนเลย สนุกมาก ชอบสุด 
มันจะเป็นการนั่งรถแล้วหมุนเหวี่ยงๆเราไปตามห้องอ่ะ แต่ไม่ได้แรงนะ แล้วแต่ละห้องก็มีเนื้อเรื่องเกี่ยวต่างๆ
แต่ประเด็นมันเริ่มมากจากหีบเวทมนต์อะไรพวกนี้อ่ะ แสงสีเสียงตระการตาดี อาบู (ลิงของอาละดิน)
เป็นตัวดำเนินเรื่อง น่ารักมาก เราหลงเลยอ่ะ หลงจนเกือบจะซื้อตุ๊กตาอาบูมาละ แต่มันดันเป็นแบบขนๆอ่ะ
เราไม่ค่อยชอบ กลัวมันจะอมฝุ่นแล้วก็กลัวขนร่วงเวลานอนกอดด้วย
 
บรรยากาศตอนนั่งรถที่บอก เราถ่ายตอนที่มันหมุนๆมือเราก็เลยสั่นภาพเลยเบลอ แต่แอบเห็นอาบูนิดนึง
 
 
ต่อไปก็ถ่ายรูปกะแมนชั่น Mystic Manor สวยมาก บรรยากาศแบบดาร์กๆแต่ก็ไม่ได้หลอนเกินเหตุ อธิบายยังไงดี
มันเหมือนที่นี่ต้องมนต์อะไรบางอย่างอ่ะ แต่ไม่ใช่มนต์ดำ งงมะ? ฮ่าๆๆ 
 
สวยจุงงงงงงง
 
 
 
 
แล้วก็มีไปถ่ายรูปเล่นที่ Garden of Wonders ซึ่งไม่ได้มีอะไรมาก เป็นสวนสวยๆ มุมแปลกๆ อธิบายยังไงดี
บรรยากาศเหมือนพวก Ruined Garden รัยงี้อ่ะ มีกำแพงหิน รูปปั้นมังกร แต่ถ่ายรูปออกมาสวยนะ อาร์ตๆดี
วอนเดอร์จริงๆ เราไปถ่ายกันสองรอบ ช่วงยังมีแสงกับตอนค่ำๆ สวยคนละแบบ อธิบายไม่ถูกอีกละ ดูรูปเลยละกัน
 
กลางวัน
ตรงนี้อ่ะ มันจะเป็นมังกร 3 ชิ้นวางซ้อนกัน แต่พอถ่ายรูปตามจุดที่เค้าบอก มังกรมันก็จะรวมเป็นตัวอ่ะ
 
 
 
กลางคืน สวยมากๆๆ
 
 
สังเกตตรงพื้น จะมีลวดลายด้วยนะ
 
 
ถัดไปอีกนิดเราก็ไปโซน Glizzly Gulch บอกตรงๆว่าตอนแรกไม่รู้จักอ่ะ ไม่รู้จักโซนนี้ คราวที่แล้วมาก็ไม่ได้เดิน
เราไม่รู้จักหมีสองตัวนี้ ตอนเข้าไปก็ไปถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ เอาบรรยากาศอย่างเดียว
ที่นี่เป็นดินแดนคาวบอยเลยไม่ค่อยมีที่ร่มๆ ร้อนมาก เลยรีบถ่ายรูปแล้วก็กลับ เพราะทนแดดไม่ไหวจริงๆ
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็เดินกลับมาที่ Fantasyland เพื่อหาข้าวกิน เราเลือกไปกันที่ Royal Banquet Hall เพราะมีห้องแอร์
อาจเป็นเพราะช่วงหน้าร้อนหรือเปล่าไม่รู้ ทุกคนก็เลยอยากจะนั่งแต่ห้องแอร์ (แหงล่ะ) โต๊ะเลยเต็มตลอด
คราวก่อนเราไปหน้าหนาว ข้างในโล่งนะ แล้วเราก็ไปนั่งเอาท์ดอร์ด้วยอ่ะ เย็นๆ สบ้ายสบาย
 
ครั้งนี้มีคนมาหาที่นั่งตลอด เรากะเพื่อนก็ต้องไปยืนๆรอแป๊บนึง รอให้โต๊ะไหนลุกแล้วก็ไปนั่งต่อ
ตอนก้นเจอกับเก้าอี้นี่แบบ ฟินมากเว่อเพราะขาพังมากกก ละมันร้อนด้วย ขนาดรองเท้าเรามีรูๆระบายอากาศนะ
ยังแบบอบมากๆ เดินมากแล้วเท้าก็บวม ทรมานสุด แต่มันก็สนุกอ่ะ มันเป็นความสุขบนความทรมาน ฮ่าๆๆ
 
บรรยากาศภายใน Royal Banquet Hall สวยงามมาก
 
 
อาหารที่เรากินวันนั้น กินกัน 4 คน 4 ชุด เอามาแบ่งกัน ราคาจัดว่างแพงตามเรทธีมปาร์ค แต่ก็อร่อยดีนะ
 
 
นั่งพักเท้ากันไปสักพัก พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เราก็ไปเดินโซน Tomorrow Land บอกเลยว่าโซนนี้จำจนวันตาย
ตราตรึงทุกวินาที แม่งงงงง แค้นสุดอะไรสุด เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากกินข้าวเสร็จ พวกเราก็เดินเตร็ดเตร่มาถึงที่นี่
ตอนนั้นมันก็โพล้เพล้อ่ะ แล้วที่นี่มันจะเป็นธีมอวกาศใช่ป่ะ? แสงสีมันก็จะสวยมาก ก็ชื่นชมกันไปสิ
 
ทีนี้ เดินไปเดินมา ก็ไปเจอกับทางเข้า Space Moutain อย่าด่าเรานะ แต่ตอนนั้นเราไม่รู้จริงๆว่าอันนี้คืออะไร
คราวที่แล้วมาก็แค่เดินผ่าน ไม่ได้เล่นเพราะคนเยอะมาก แต่มาครั้งนี้ มันคนน้อยอ่ะ ป้ายเขียนว่ารอ 2 นาที
เรากะเพื่อนก็แบบ โดมอันนี้คืออะไรอ่ะ รอไม่นานด้วย น่าสนนะ เล่นมั้ย?
ตอนที่กำลังคุยกัน ก็มีเจ้าหน้าที่คนนึง ฮียืนอยู่แถวนั้น เห็นพวกเรายืนลังเลแบบเข้าดีไม่เข้าดี
ฮีก็ผายมือพยักหน้า อารมณ์แบบ เข้าเลยๆ มาๆๆๆ เรากะเพื่อนก็ยุขึ้นด้วยนะ แบบ เอาว่ะ...คนน้อยดี เข้าไปเลย
 
เข้าไปถึงเจอขบวนรถคันนึงมี 3 แถว แถวนึงจะนั่งได้สองคน ใจก็จินตนาการไปละว่ามันจะต้องเป็นแบบ
นั่งรถดูดาว ดูอวกาศ บรรยากาศแบบสวยๆแน่เลย ชอบๆๆๆ
 
ไม่คิดรัยละ ก็กระโดดขึ้นไปนั่งเลยจ้า ตอนที่ก้าวขาลงไป เพื่อนที่เดินตามมาด้วยกันมันก็ตะโกน
"เฮ้ย แก....." แล้วมันก็เงียบไปอ่ะ เราก็งงๆ มันเงียบมัยวะ? พอนั่งเรียบร้อยเราก็พยายามดึงที่ล๊อกลงมา ไม่ลงค่ะ
ก็งงว่าทำไมมันไม่ลงวะ พอคนนั่งครบสักพักแม่งก็ออโต้เลื่อนลงมาเอง ก็แบบ เฮ้ย...ทำไมต้องออโต้ล๊อคด้วยอ่ะ
 
ตอนนั้นเราก็เริ่มใจคอไม่ค่อยดีละ คือส่วนมากออโต้ล๊อคเนี่ย มันต้องใช้กับพวกเครื่องเล่นที่เหวี่ยงๆแรงๆใช่ป่ะ
ทีนี้ วันนั้นเราห้อยกล้องเอาไว้ที่คอ แล้วก็วางกระเป๋าบนที่นั่ง เจ้าหน้าที่คนนึงก็เดินมามองๆแล้วก็บอกว่า
 
"Please keep your bag under your seat"
 
คือตอนนั้นแบบ สมองมันเริ่มคิดได้ละ แต่ก็ไม่กล้าฟันธง พยายามมโนหลอกตัวเองว่ามันไม่ใช่หรอกน่า ฮะๆๆ 
แล้วเราก็ยัดกระเป๋าไว้ใต้ที่นั่งตามที่เค้าบอก ที่นี้นางก็เห็นกล้องที่คอเรา นางก็พูดอีก
 
"Your camera too"
 
เอาละไง มันชักจะชัดขึ้นทุกทีละ เราเริ่มสั่นแต่ก็ทำตามที่เจ้าหน้าที่บอก เสร็จแล้วก็เอามือเกาะที่จับไว้แน่น
หันหน้าไปมองเพื่อนที่นั่งข้างๆกัน นั่นก็ทำหน้าแหยๆ ไอ้ที่คิดว่านั่งรถดูดาวอวกาศสวยๆนั่นน่ะ ไม่ใช่สินะ
 
"แกๆ เราว่านะ อันนี้อ่ะ.....รถไฟเหาะว่ะ"
 
อือ รู้ละ =_____=
 
..
.......
 
ขออธิบายก่อนว่า เกิดมาในชีวิต ข้าพเจ้าไม่เคยนั่งรถไฟเหาะมาก่อนเลยสักครั้ง เรื่องจริงนะ คือไม่ชอบอ่ะ
เคยนั่งไวกิ้งตอนเด็กๆครั้งนึงละลงมาทรมานท้องมากกกกกกก เลยเข็ด ไม่อยากขึ้นอีก ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย
แล้วก็เลี่ยงมาตลอด ทุกครั้งที่ไปเที่ยวที่สวนสนุก ถ้ามีใครอยากขึ้นก็ขึ้นไป เราไม่ขึ้น เดินเล่นรออย่างเดียว
 
แล้วปกติรถไฟเหาะมันต้องอยู่บนฟ้าป่ะ? ใครจะไปรู้ว่ารถไฟเหาะมันจะขุดหลุมอยู่ใต้ดินละมีโดมเตี้ยๆครอบไว้อ่ะ
คือแบบ โกรธมากกกกก โกรธไอ้ตี๋ที่ผายมือเชิญเราเข้าไป มึงจะเรียกกูทำไมวะ กูอุตส่าห์ลังเลอยู่นะ 
จริงๆกูอาจจะไม่เข้าไปก็ได้ แต่เพราะมึงเรียกเนี่ย กูเลยต้องเข้าไปอ่ะะ - -" (พาลอ่ะ มีรัยป้ะะะะะ)
 
ขอข้ามเหตุการณ์ตอนที่เล่นไปนะ ไม่อยากนึกถึง ดาวเดิวอะไรไม่ได้ดูสักดวงอ่ะ หลับตากรี๊ดอย่างเดียว
 
สถานที่เกิดเหตุ
 
 
เราไม่เข้าใจจริงๆว่าการเอาตัวเองไปเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาให้เวียนหัวคลื่นไส้เล่นนี่มันสนุกตรงไหนวะ????????
ตอนนั้นเราคิดว่าตัวเองจะตายแล้วอ่ะ ใครอยากรู้ว่ามันเหวี่ยงยังไงลองไปเซิร์ช Space Moutain ในยูทูปดูนะ
คนที่ชอบอาจจะคิดว่าสนุก แต่สำหรับเรานี่ไม่เลย ไม่แม้แต่นิดเดียวอ่ะ
 
พอมันมาจนถึงทางออกและหยุดนะ ขาเราโคตรสั่น สั่นแบบพั่บๆๆๆ ตัวก็สั่น สะท้านไปหมด กว่าจะลุกออกมาได้
แถมออกมาละก็เดินเซไปเซมา เสียศูนย์อ่ะ เป็นการเปิดซิงที่เลวร้ายมากเหมือนโดนข่มขืนเลยอ่ะ (เว่อร์ไป)
แล้วเพิ่งกินข้าวเสร็จด้วยคิดดู จะอ้วกก็อ้วกไม่ออก ทรมาน เหมือนตับไตไส้พุงในท้องมันสลับที่กัน
เป็นบทเรียนเลยว่าต่อไปนี้จะเล่นอะไรต้องอ่านป้ายดีๆละ แต่ก็อดแซวเพื่อนไม่ได้ บอกว่าอยากเล่นอะไรเสียวๆ
 
นี่เสียวพอมั้ยจ๊ะ? ฮ่าๆๆ
 
พอตั้งสติได้ เราก็เดินเล่นถ่ายรูปวนไปวนมาเก็บบรรยากาศกลางคืนตามโซนต่างๆอีกนิดหน่อย
สวยจริงๆ สวยทุกโซน พอพระอาทิตย์ตกก็เริ่มมีลมละ เดินสบาย
 
Mystic Point
 
 
Toy Storyland
 
 
Tomorrowland
 
 
Fantasyland
 
 
แล้วก็กลับมาที่ Main Street USA
 
 
มาซื้อของที่เล็งกันไว้ พอมืดแล้วคนก็เริ่มเยอะทั้งข้างในช็อปและตรงถนนข้างนอก คงมารอดูพลุกันนั่นแหละ
เราก็เดินดูของกันไปเรื่อยๆ จนมีเสียงประกาศว่าจะเริ่มแสดงพลุแล้ว ก็ออกมายืนหาที่ดูกัน 
 
พลุสวยมากๆ ดีใจที่ได้กลับมาดูด้วยตาตัวเองอีกครั้ง
 
 
ก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าครั้งนี้มันสั้นกว่าครั้งที่แล้วอ่ะ หรือเพราะเป็นคนละชุดกันก็ไม่รู้สินะ
ดูพลุจบเราก็เข้าไปซื้อของกันต่อ รอให้คนออกไปกันให้หมดแล้วก็เดินกลับไปใกล้ๆ Sleeping Beauty Castle
 
แล้วก็ได้รูปนี้มาจ่ะ
 
 
Samsung Galaxy S4 มันแน่จริงๆ! ตอนมืดนี่กล้องเราเอาไม่อยู่อ่ะ เปิดแฟลชก็ไม่สวย ใช้มือถือถ่ายแม่ม ฮ่าๆ
ออกมาละสวยเนอะ ประทับใจมาก ตอนนั้นไม่มีคนละ เหมือนโลกนี้เป็นของเรา มันดีมากกกกกกกกกกกกก
ถ่ายไปสักแป๊บ เจ้าหน้าที่ก็มายืนๆกดดันแบบ พวกมึงออกไปได้ละ กูจะเคลียร์สถานที่ละ - -"
ก็เลยพากันเดินออกมาด้านนอก ถ่ายรูปไปเรื่อยๆจนมาถึงน้ำพุมิกกี้เม้าส์ การแสดงสุดท้ายเริ่มพอดี
 
 
เลยนั่งดูไปอีกพักใหญ่ๆ จนการแสดงจบ จนประกาศว่าดิสนีย์แลนด์จะปิดแล้วนะ ถึงค่อยๆเดินกันออกมา
 
อารมณ์ตอนนั้นแบบ ยังไม่อยากกลับ ยังอยากอยู่อีก แล้วก็อดคิดเหมือนครั้งแรกไม่ได้ว่าอยากกลับมาอีก
ชอบมากๆ เป็นสถานที่ที่ไปแล้วมีความสุข แถมได้ไปกับเพื่อนสนิท มันดีมาก เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ
 
 
มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกรุ๊งกริ๊งมาก จริงๆนะ ถ้าได้ไปประเทศไหนก็ตามที่มีดิสนีย์แลนด์ก็จะไปเที่ยวอีก
หรือถ้าได้กลับไปฮ่องกงอีกก็จะไปดิสนีย์แลนด์อีก ไม่ต้องถามว่าเบื่อไหม ไม่เบื่ออ่ะ ชอบ ไปพักสมอง ไปพักใจ
ไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีแต่ความสุข ไม่ต้องแบกรับภาระอะไรไว้ให้หนักเยอะแยะ ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก กลับมาแล้วรู้สึกดี รู้สึกมีพลัง มีแรงบันดาลใจ สมองปลอดโปร่ง สาธยายไม่ถูกละ
 
อย่างไรก็ตาม เราเฟลกับการไปดิสนีย์แลนด์ครั้งนี้อย่างนึงคือ มันไม่มีอะไรที่เป็น Frozen ขายเลยอ่ะ
เราอยากได้ตุ๊กตาโอลาฟ สเฟน อยากได้ๆๆๆ คือเรากะไปเหมาจริงๆนะ แต่ไม่มีเลยสักอย่าง
(แต่พอเรากลับมาได้ประมาณ 1 เดือนมันก็เริ่มวางขายจ่ะ - -")
 
เห้อ...
 
คืนนั้นพอกับถึงโรงแรมแล้วก็พบว่าเท้าบวมมาก เพราะเดินมากไป อาบน้ำอุ่นเสร็จละก็มานั่งนวดๆให้เลือดเดิน
กว่าจะได้นอนก็ตีหนึ่งตีสอง แต่แบบสลบเหมือดอ่ะ ไม่เริงร่าดี๊ด๊าเหมือนคืนแรก ไม่ถ่ายรูป ไม่มีอะไรใดๆ
 
ตายคาที่เตียงใครเตียงมัน
 
วันสุดท้ายในฮ่องกงเรากับเพื่อนยังเดินอีกมาก ทั้งไปวัดนางชี ไปสวน Nan lian ไปเดินซื้อของ ไปหาติ่มซำกิน
ภารกิจวันสุดท้ายนี่เยอะอ่ะ คือแบบ ต้องใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า เสียเวลาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว 
แล้วไอ้วันสุดท้ายนี่มันก็มีประเด็นอีกจนได้ ให้ตายเถอะ ทริปนี้มีโมเม้นต์ทุกวันจริงๆ เป็นทริปที่ขลังมากนะ ฮ่าๆๆ
 
พอละ เล่าต่อเอนทรี่หน้า แค่นี้ก็ยาวจนไม่มีใครอยากจะอ่านละ - -"
 
 
 
* POSTSCRIP
 
- เขียนเอนทรี่นี้เสร็จก็อยากกลับไปอีกละ
- ทำงานอีกวันละหยุดยาว เฮ่!
 
 

edit @ 7 Aug 2014 10:19:43 by Hikari